แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แปล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แปล แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

[นอกเรื่อง] แปล Burn With Me - Amaranthe [ฉบับไมล์ๆ]

หลังจากหายหัวไปทำงานเกือบสองเดือน มีโอกาสแปลแล้วจ้า ขอคืนชีพบล๊อกพร้อมกับเพลง Burn With Me ของวงเมทัลสัญชาติสวีเดน-ฟินแลนด์ Amaranthe สุดเลิฟของ จขบ.



You are gone to the highest bidder
เธอได้เป็นคนที่มีสิทธิ์เลือกสูงสุด
Now you're with a man that is god's worst sinner
ตอนนี้ เธอเลือกที่จะอยู่กับชายที่เลวร้ายที่สุด
Well no, don't care about me
ไม่ ไม่ต้องสนใจฉันหรอก
I am just the man who meant to set you free
ฉันก็แค่ผู้ชายคนนึงที่หวังที่จะปลดปล่อยเธอ
I tried to
ฉันพยายาม..
Make you a part of me
ทำให้เธอเป็นส่วนหนึ่งของฉัน
I even told you what would happen theoretically
ฉันเคยบอกเธอแล้ว ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น อย่างเป็นเหตุเป็นผล
There is this something that I need to know
มีอย่างนึงที่ฉันต้องการจะรู้นะ
Why am I the only one that lost it all
ทำไมฉันเพียงคนเดียวที่สูญเสียทั้งหมดไป

But every day and every time I turn around
แต่ทุกวัน ทุกเวลา ทุกครั้งที่ฉันหันกลับไป
Searching for a place that I have left behind
มองหาที่ๆฉันเคยทิ้งไว้เบื้องหลัง
And all I wanna believe
ทั้งหมดที่ฉันเชื่อคือ
That you could bleed so
เธอเจ็บได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น...

Burn with me
แผดเผาไปพร้อมกับฉันเสียเถอะ
I'm just an empty shell
ฉันมันแค่เปลือกกลวงๆ
Another's friend
เพื่อนห่างๆซักคน
Transformed to someone else
แล้วกลายเป็นคนเคยรู้จักซักคน
Take your seat
นั่งลงเถอะ
I cast a spell
แล้วฉันจะร่ายมนต์
So you'll be less like you
ให้เธอเป็นเธอน้อยลง
And more like someone else
แล้วเหมือนใครซักคนมากขึ้น

One's life is another's dream
ชีวิตของคนๆนึง คือ ฝันของใครอีกคน
What someone says a myth is one's normality
ใครซักคนบอกว่า ตำนาน มันคือ เรื่องธรรมดาของใครซักคน
How can I
แล้วฉันจะ
Believe there's another sun
เชื่อได้อย่างไรว่า มีอาทิตย์อีกดวง
Correct me if I'm wrong but I'm the chosen one
ให้ฉันปรับปรุง ถ้าฉันทำผิดไป เพราะฉันคือคนที่ถูกเลือก

As night has taken what is left of day
ราวกับค่ำคืนถูกพรากไป หลังจากลางวันได้หายไป
And everything is like it's made of clay
และทุกอย่างล้วนเหมือนกับทำจากดินเหนียว
I feel like I am the only one
ฉันรู้สึกเหมือนฉันอยู่เพียงลำพัง
Feeding my need to be reckoned as someone
เติมเต็มความรู้สึกฉันที่อยากได้รับความเกรงใจจากเธอเหมือนเขา

And every day and every time I turn around
และทุกวัน เวลา ที่ฉันหันกลับไป
Searching for a sign so I can make a sound
ฉันมองหาสัญญาณที่ฉันจะสามารถบอกเธอได้
But all I want is to flee
แต่ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือ หนีไป
I wanna see you
ฉันอยากจะเห็นเธอ

Burn with me
แผดเผาไปพร้อมกับฉัน
I'm just an empty shell
ฉันมันแค่เปลือกกลวงๆ
Another's friend
เพื่อนห่างๆซักคน
Transformed to someone else
แล้วกลายเป็นคนเคยรู้จักซักคน
Take your seat
นั่งลงเถอะ
I cast a spell
แล้วฉันจะร่ายมนต์
So you'll be less like you
ให้เธอเป็นเธอน้อยลง
And more like someone else
แล้วเหมือนใครซักคนมากขึ้น
 [x3]

ปล. อยากให้แปลเพลงไหน แปะคอมเม้นส์ได้นะคะ ถ้าจะให้ชัวร์ tweet ที่ @gladiolus05 เลยค่ะ

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

[นอกเรื่อง] แปล Forever - Siah [ฉบับไมล์ๆ]

Forever By Siah
[OST. Cat Lady]

“Even if it Take me not  nine, but nine hundred lives”
แม้ว่ามันจะเอาชีวิตฉันไปมากกว่า 9 ชีวิต แต่อีก 900 จะยังอยู่ต่อไป



you opened up your heart
เธอได้เปิดใจเธอออกมา

to all the things you feared before
ให้กับสิ่งที่เธอเคยกลัวมาก่อน

your keeping him alive
เธอได้ไว้ชีวิตเขาให้อยู่ต่อไป

you are my star, glowing , bright, an endless charm
เธอคือดวงดาวของฉัน ส่องประกาย สดใส น่าหลงใหลไร้ที่สิ้นสุด

growing stronger day by day
และส่องประกายเจิดจ้าขึ้นทุกวัน



forever, I'm with you
ฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป

forever, I'll hold you
ฉันจะโอบกอดเธอไว้ชั่วนิรันดร์

forever, i love you
ฉันจะรักเธอตลอดไป

I DO
ฉันสัญญา



just take my hand,
จับมือฉันไว้สิ

we'll take the train to never land
เราจะขึ้นรถไฟไปสู่ Neverland

all i need ,is you
ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือ เธอ



we'll make a spark
พวกเราจะจุดประกาย

bring the light, erase the dark
นำพาแสงสว่าง ลบล้างเงามืด

we'll be a candle to the world
เราจะเป็นเทียนไขส่องสว่างให้โลกนี้




forever, I'm with you
ฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป

forever, I'll hold you
ฉันจะโอบกอดเธอไว้ชั่วนิรันดร์

forever, i love you
ฉันจะรักเธอตลอดไป

I DO
ฉันสัญญา

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

[นอกเรื่อง] แปล Laura Shigihara - Everything's Alright [ฉบับไมล์ๆ]




                ชายแก่คนหนึ่ง ที่อยากไปดวงจันทร์ จนวาระสุดท้ายของชีวิต

ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ทุกการกระทำล้วนมีความหมายแต่ไม่มีใครเข้าใจ

นักวิทยาศาสตร์คู่หนึ่ง ที่รับหน้าที่มาเติมเต็มความฝัน


นั่นคือ คำอธิบายสั้นๆ ของตัวละครในเกม “To the moon” ของค่ายเกมอินดี้ “freebirdgames” เป็นเกมเนื้อหา ดราม่าเข้มข้น เกี่ยวกับ นักวิทยาศาสตร์ 2 คนที่รับหน้าที่มาเติมเต็มความฝันของคุณลุงคนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะจากไปในไม่ช้า ที่ยังมีปมค้างคาใจเกี่ยวกับความเศร้าของภรรยาที่เสียไปก่อนหน้านี้ เมื่อสมัยภรรยาเขามีชีวิต เธอได้พับกระดาษเป็นรูปกระต่ายสองสี หวงตุ๊กตาตุ่นปากเป็ด และรักประภาคารเป็นอย่างมาก ถึงขนาดยอมเสียโอกาสที่เธอจะหายจากโรคที่เป็น เพื่อมันได้ เขาได้แต่เฝ้าสงสัยว่าเธอทำอย่างนั้นไปทำไม... ในขณะที่เขาก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมตัวเองถึงอยากไปดวงจันทร์ขนาดนั้น...


Laura Shigihara - Everything's Alright  (OST. to the moon)
Wrote/ Composed by  Laura Shigihara



Short steps, deep breath
ก้าวย่างไปทีละน้อย หายใจเข้าลึกๆ

Everything is alright
ทุกอย่างจะดีเอง

Chin up, I can't
เงยหน้าขึ้นมา ฉันไม่สามารถ

Step into the spotlight
ก้าวไปสู่แสงสว่างนั้นได้เลย

She said, "I'm sad"
เธอบอกว่า “ฉันเศร้า”

Somehow without any words
โดยไร้คำพูดใดๆ

I just stood there
ฉันได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้น

Searching for an answer
และตามหาคำตอบ


When this world is no more
เมื่อโลกใบนี้ไม่มีอีกต่อไป

The moon is all we'll see
ดวงจันทร์จะเป็นสิ่งเดียวที่เราเห็น

I'll ask you to fly away with me
ฉันจะชวนเธอให้โบยบินไปกับฉัน

Until the stars all fall down
จนกระทั่ง ดวงดาวทั้งหมดจะร่วงหล่น

They empty from the sky
ทิ้งให้ท้องฟ้าว่างเปล่า

But I don't mind
แต่ฉันไม่สนใจ

If you're with me, then everything's alright
ถ้าเธออยู่กับฉัน ทุกอย่างก็จะดีพอสำหรับฉันแล้ว


Why do my words
ทำไมทุกครั้งคำพูดของฉัน

Always lose their meaning
ถึงไร้ซึ่งความหมาย

What I feel, what I say
สิ่งที่ฉันรู้สึก กับสิ่งที่พูดออกไป

There's such a rift between them
มันมีรอยร้าวแทรกกลางระหว่างมันเสมอ

He said, "I can't
เขาบอกว่า “ฉันไม่สามารถ

Really seem to read you"
เข้าใจเธอได้เลยจริงๆ

I just stood there
ฉันได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้น

Never know what I should do
ไม่รู้เลยว่าฉันต้องทำยังไง



When this world is no more
เมื่อโลกใบนี้ไม่มีอีกต่อไป

The moon is all we'll see
ดวงจันทร์จะเป็นสิ่งเดียวที่เราเห็น

I'll ask you to fly away with me
ฉันจะชวนเธอให้โบยบินไปกับฉัน

Until the stars all fall down
จนกระทั่ง ดวงดาวทั้งหมดจะร่วงหล่น

They empty from the sky
ทิ้งให้ท้องฟ้าว่างเปล่า

But I don't mind
แต่ฉันไม่สนใจ

If you're with me, then everything's alright
ถ้าเธออยู่กับฉัน ทุกอย่างก็จะดีพอสำหรับฉันแล้ว

If you're with me, then everything's alright
ถ้าเธออยู่กับฉัน ทุกอย่างก็จะดีพอสำหรับฉันแล้ว

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

[นอกเรื่อง] แปลเพลง Amaranth - Nightwish [ฉบับไมล์ๆ]






Baptised with a perfect name
ล้างบาปทั้งปวงพร้อมนามอันสมบูรณ์แบบ

The doubting one by heart
หนึ่งคำถามที่สงสัยในจิตใจ

Alone without himself
โดดเดี่ยวเพียงลำพังไร้ตัวตน


War between him and the day
สงครามระหว่างเขากับแต่ละวันที่ผ่านไป

Need someone to blame
อยากมีใครสักคนให้โทษ

 In the end, little he can do alone
แต่สุดท้าย เขาก็สามารถทำได้เพียงลำพัง


You believe but what you see
เธอเชื่อ แต่อะไรคือสิ่งที่เธอเห็น

You receive but what you give
เธอได้รับมา แต่อะไรคือสิ่งที่เธอได้ให้ไป


Caress the one, the Never-Fading rain in your heart
โอบกอดความสงสัยนั้นไว้ สายฝนที่ไม่เคยจางหายในใจเธอ

- the tears of snow-white sorrow
หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าของหิมะขาวโพลน

Caress the one, the hiding amaranth
โอบกอดคำถามนั้นไว้  สีแดงฉานที่ซ่อนเร้น

In a land of the daybreak
ในแผ่นดินที่แสงแรกสาดส่อง


Apart from the wandering pack
แยกจากเหล่าเร่ร่อนทั้งหลาย

In this brief flight of time
ในเวลาเพียงชั่วแล่นเท่านั้น
we reach For the ones who ever dare
พวกเราเอื้อมถึงผู้ที่ไม่มีใครกล้าท้าทายแล้ว


You believe but what you see
เธอเชื่อ แต่อะไรคือสิ่งที่เธอเห็น
You receive but what you give
เธอได้รับมา แต่อะไรคือสิ่งที่เธอได้ให้ไป


Caress the one, the Never-Fading rain in your heart
โอบกอดความสงสัยนั้นไว้ สายฝนที่ไม่เคยจางหายในใจเธอ
- the tears of snow-white sorrow
หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าของหิมะขาวโพลน
Caress the one, the hiding amaranth
โอบกอดคำถามนั้นไว้  สีแดงฉานที่ซ่อนเร้น
In a land of the daybreak
ในผืนดินที่แสงยามเช้าสาดส่อง


Caress the one, the Never-Fading rain in your heart
โอบกอดความสงสัยนั้นไว้ สายฝนที่ไม่เคยจางหายในใจเธอ
- the tears of snow-white sorrow
หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าของหิมะขาวโพลน
Caress the one, the hiding amaranth
โอบกอดคำถามนั้นไว้  สีแดงฉานที่ซ่อนเร้น
In a land of the daybreak
ในแผ่นดินที่แสงแรกสาดส่อง

Reachin', searchin' for something untouched
เอื้อมไป ค้นหาถึงบางสิ่งที่มิอาจสัมผัส
Hearing voices of the Never-Fading callin'
ได้ยินเสียงเพรียกที่ไม่เคยจางหาย
Callin'...Callin'
เพรียกหา เรียกหา


Caress the one, the Never-Fading rain in your heart
โอบกอดความสงสัยนั้นไว้ สายฝนที่ไม่เคยจางหายในใจเธอ
- the tears of snow-white sorrow
หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าของหิมะขาวโพลน
Caress the one, the hiding amaranth
โอบกอดคำถามนั้นไว้  สีแดงฉานที่ซ่อนเร้น
In a land of the daybreak
ในผืนดินที่แสงยามเช้าได้สาดส่อง


Caress the one, the Never-Fading rain in your heart
โอบกอดความสงสัยนั้นไว้ สายฝนที่ไม่เคยจางหายในใจเธอ
- the tears of snow-white sorrow
หยาดน้ำตาแห่งความเศร้าของหิมะขาวโพลน
Caress the one, the hiding amaranth
โอบกอดคำถามนั้นไว้  สีแดงฉานที่ซ่อนเร้น


In a land of the daybreak...daybreak!
ไว้ในผืนดินที่แสงยามเช้าได้สาดส่อง


ปล.เราไม่อยากแปลให้มันตรงไปมากนักเพราะที่จริงเพลงนี้พูดถึงผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เพราะมีกรณีที่เพลงแรงก่อดราม่ามาแล้ว

ปล2. แปลบอกลาเจ๊ Anette แบบเป็นทางการซักหน่อย เดี๋ยวงอนว่าอยู่มาหลายอัลบั้ม ไม่แปลแบบอยากแปลเองซักเพลง
(คราวที่แล้วก็แปลประชดเพื่อน: เพลง bye bye beautiful) 555+

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

[นอกเรื่อง] แปล Ghost Love Score - Nightwish [ฉบับไมล์ๆ]


[นอกเรื่อง] แปล Ghost Love Score - Nightwish [ฉบับไมล์ๆ]

เวอร์ชั่นเจ๊ Tarja Turunen (ที่เคารพ)


เวอร์ชั่นเจ๊ Floor Jansen (จี๊ดมากเจ๊)



We used to swim the same moonlight waters
เราเคยแหวกว่ายในน้ำแสงจันทร์นั้นร่วมกัน

Oceans away from the wakeful day
ห้วงสมุทรห่างออกไป จากวันที่ไม่อาจหลับใหล



My fall will be for you
การร่วงหล่นของฉันนั้นเพื่อเธอ

My love will be in you
ความรักของฉันจะอยู่ภายในตัวเธอ

If you be the one to cut me
ถ้าเธอเป็นคนเฉือดเฉือนฉันแล้วล่ะก็

I'll bleed forever
เลือดของฉันคงหลั่งไหลไปตลอดกาล



Scent of the sea before the waking of the world
กลิ่นอายแห่งท้องทะเลที่โชยพัด ก่อนการตื่นขึ้นของโลกนั้น

Brings me to thee
ได้พาฉันมาหาเธอ

Into the blue memory
นำไปสู่ความทรงจำแสนเศร้าสีน้ำเงิน



My fall will be for you
ความตายของฉันนั้นเพื่อเธอ

My love will be in you
ความรักของฉันจะอยู่ภายในตัวเธอ

If you be the one to cut me
ถ้าเธอเป็นคนเฉือดเฉือนฉันแล้วล่ะก็

I'll bleed forever
เลือดของฉันคงหลั่งไหลไปตลอดกาล



Into the blue memory
ไปสู่ความทรงจำแสนเศร้าสีน้ำเงินนั้น



A siren from the deep came to me
ไซเรนจากท้องทะเลลึกมาหาฉัน

Sang my name my longing
ครวญเพลงถึงชื่อของฉัน ความปรารถนาทั้งปวงของฉัน

Still I write my songs about that dream of mine
จนทำให้ ฉันเขียนบทเพลงถึงความฝันนั้นของฉัน

Worth everything I may ever be
การเป็นคนสำคัญ ที่ฉันอาจจะเคยเป็น



The Child  will be born again
เด็กนั้นจะถือกำเนิดอีกครั้งหนึ่ง

That siren carried him to me
ไซเรนนั้นได้นำเค้ามาให้ฉัน

First of them true loves
รักแท้ครั้งแรกของพวกนาง

Singing on the shoulders of an angel
ได้ขับขานเพลงอยู่บนไหล่ของนางฟ้า

Without care for love n` loss
โดยไม่สนใจสิ่งใด เพื่อความรักและการสูญเสีย



Bring me home or leave me be
จะนำฉันกลับบ้าน หรือทิ้งฉันไว้ที่นี่

My love in the dark heart of the night
ความรักของฉันอยู่ภายในหัวใจอันมืดมิดแห่งยามค่ำคืน

I have lost the path before me
เส้นทางที่อยู่ตรงหน้าฉันนั้นได้หายไป

The one behind will lead me
ผู้ที่ตามมาข้างหลังจะต้องนำทางฉันไป



Bring me home or leave me be
จะนำฉันกลับบ้าน หรือทิ้งฉันไว้ที่นี่

My love in the dark heart of the night
ความรักของฉันอยู่ภายในหัวใจอันมืดมิดแห่งยามค่ำคืน

I have lost the path before me
เส้นทางที่อยู่ตรงหน้าฉันนั้นได้หายไป

The one behind will lead me
ผู้ที่ตามมาข้างหลังจะต้องนำทางฉันไป




Take me, cure me, kill me, bring me home
พาฉันไป รักษาฉัน ฆ่าฉันซะ พาฉันกลับบ้าน

Every way, Every day
ในทุกทาง และทุกวัน

Just another loop in the hangman`s noose
มันก็แค่อีกขมวดปมหนึ่งของบ่วงแขวนคอ



Take me, cure me, kill me, bring me home
พาฉันไป รักษาฉัน ฆ่าฉันซะ พาฉันกลับบ้าน

Every way, Every day
ในทุกทาง และทุกวัน

I keep on watching us sleep
ฉันยังคงเฝ้ามองยามที่เราหลับนอน



Relive the old sin of Adam and Eve
ปลดปล่อยบาปดั้งเดิมของอดัมและอีฟ

Of  you and me
ของเธอและฉัน

Forgive the adoring beast
ให้อภัยสัตว์ร้ายที่แสนรักเถอะ



Redeem me into childhood
ทำให้ฉันกลับสู่วัยเยาว์อีกครั้ง

Show me myself without the shell
แสดงให้ฉันเห็นสิ ตัวฉันที่ไร้ซึ่งสิ่งใดปกปิด

Like the advent of May
ราวกับเด็กแรกเกิดในเดือนพฤษภาคม

I`ll be there when you say
ฉันจะอยู่ที่นั่น เมื่อเธอกล่าว

Time to never hold our love
ถึงเวลาที่ไม่เหนี่ยวรั้งความรักเราไว้อีกแล้ว



My fall will be for you
การร่วงหล่นของฉันนั้นเพื่อเธอ

My love will be in you
ความรักของฉันจะอยู่ภายในตัวเธอ

If you be the one to cut me
ถ้าเธอเป็นคนเฉือดเฉือนฉันแล้วล่ะก็

I'll bleed forever
เลือดของฉันคงหลั่งไหลไปตลอดกาล

ปล.  เราก็ไม่ได้แปลเพลง Nightwish นานแล้วนะ ที่กลับมาแปลเนื่องจากความเซ็งเขียนโค้ดของ Thesis ของเรา และรู้ข่าวเจ๊ Anette Olzen สุดท้ายเจ๊แกก็ออกจากวงซะแล้ว เลยกลับมาฟัง Nightwish อีกครั้งนึง  พอมาฟังเจ๊ Floor Jansen ร้อง เราคิดเลยนะว่าจะมาเป็นนักร้องนำเก๊ารับได้นะ เก๊าชอบกว่า Anette อะ^^

ปล2. เพิ่งรู้ว่า Elize Ryd วง Amaranthe เคยถูกทาบมาเป็นตัวแทนเจ๊ Tarja ว่าจะแปลเพลงวงนี้พอดีเลย  #มนุษย์ตกข่าว #ไปอยู่ไหนมา

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555

[นอกเรื่อง] แปล Fact Fiction - Mads Langer [ฉบับไมล์ๆ]


Fact Fiction - Mads Langer
Insert song of Castle season 2 Episode 10 “One man’s treasure”


Imagine a world without me
ฉันบอกเธอให้จินตนาการถึงโลกที่ไม่มีฉัน

Say you're falling apart
เธอบอกว่า เธอคงอยู่ไม่ได้

Let's pretend you've missed me for a while
งั้นช่วยเสแสร้งได้ไหม ว่าเธอยังคิดถึงฉัน สักครู่นึงก็พอ

Wouldn't you say you were lonely
เธอไม่ใช่เหรอ ที่บอกว่า เธอเหงา

And love was breaking your heart?
และความรักนั้นทำร้ายใจเธอ

Put on your Sunday best and fake a smile
งั้นก็ไปเที่ยวให้สนุก และก็แสร้งยิ้มซะ



I dream of dreaming dreams of her
ฉันฝันถึงความฝันที่เธอกำลังฝันถึงอยู่

In twilight she's a constant blur
ในยามค่ำ เธอเป็นส่วนที่พร่ามัว

The picture is clear
แต่ภาพนั้นชัดเจน

And I'm still fact, she's fiction
ฉันยังคงอยู่กับความจริง  แต่เธออยู่กับเรื่องโกหก



Remember the night you were with me
ฉันยังจำคืนที่เธออยู่กับฉันได้

Fell asleep by my side
เธอผล็อยหลับไปข้างๆฉัน

Strangers together, your hand in mind
เราเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน แต่เธอกลับกุมใจฉันไว้

How come we never came closer
ทำไมเราถึงใกล้ชิดกันมากกว่านี้ไม่ได้นะ

When all the stars were aligned?
เมื่อเหล่าดวงดาวเรียงรายเป็นใจ

I thought we had a moment
ฉันหลงคิดไป ว่าเราต่างมีช่วงเวลาดีๆด้วยกัน



I dream of dreaming dreams of her
ฉันฝันถึงความฝันที่เธอกำลังฝันถึงอยู่

In twilight she's a constant blur
ในยามค่ำ เธอเป็นส่วนที่พร่ามัว

The picture is clear
แต่ภาพนั้นชัดเจน

And I'm still fact, she's fiction
ฉันยังคงอยู่กับความจริง  แต่เธออยู่กับเรื่องโกหก

I seem to miss the missing part
เหมือนว่าฉันจะยังคงคิดถึงส่วนที่ขาดหายไปอยู่นะ

She's still my favorite work of art
เธอยังคงเป็นงานศิลปะชิ้นโปรดของฉัน

The picture is clear
ภาพนั้นแจ่มชัด

And I'm still fact, she's fiction
ฉันยังอยู่กับความจริง  แต่เธอจมอยู่กับเรื่องเพ้อฝัน



No, nothing has changed 'cause I'm still fact, she's fiction
ไม่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย เพราะฉันอยู่กับความจริง ส่วนเธออยู่กับเรื่องปั้นแต่ง

Or I may be imperfectly formed in this contradiction
หรือไม่ก็ ฉันอาจจะยังไม่พร้อมกับการโต้เถียงเรื่องนี้



I dream of dreaming dreams of her
ฉันฝันถึงความฝันที่เธอกำลังฝันถึงอยู่

In twilight she's a constant blur
ในยามค่ำ เธอเป็นส่วนที่พร่ามัว

The picture is clear
แต่ภาพนั้นชัดเจน

'Cause I'm still fact she's fiction
เพราะฉันยังอยู่กับความจริง ส่วนเธออยู่กับเรื่องเพ้อฝัน



I fell in love with her longing
ฉันตกหลุมรัก กับความต้องการของเธอ

Let's just say that she never found out
งั้นสรุปอย่างนี้ดีกว่า เธอไม่มีทางเจอคนที่เธอตามหา

Who it was she never found in me
ใครซักคนที่เธอไม่มีทางหาพบในตัวฉัน



ปล. แนะนำให้ไปดู Castle season 2 Episode 10 “One man’s treasure” แล้วเพลงจะฟังแล้วฟินมาก

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

[นอกเรื่อง] แปล Lights - Ellie Goulding [ฉบับไมล์ๆ]

Lights - Ellie Goulding


I had a way then losing it all on my own
ฉันเคยมีหนทางไว้เดิน แต่ฉันก็ได้สูญเสียมันไปด้วยตัวฉันเอง

I had a heart then but the queen has been overthrown
ฉันเคยมีหัวใจไว้รัก  แต่ราชินีแห่งหัวใจนั้นก็ได้ทำลายไปจนสิ้น

And I'm not sleeping now the dark is too hard to beat
ตอนนี้ฉันไม่สามารถหลับได้ เพราะความมืดนั้นมันยากเกินที่จะต้านทาน

And I'm not keeping up the strength I need to push me
และฉันไม่สามารถเก็บมันไว้ได้อีกแล้ว ความเข้มแข็งที่จะผลักดันฉันให้เดินต่อไปนั้น



You show the lights that stop me turn to stone
แต่เธอก็ได้มอบแสงสว่างที่ทำให้ฉันไม่กลายเป็นคนไร้ความรู้สึกไป

You shine them when I'm alone
เธอได้แสดงมันออกมา เมื่อฉันอยู่เพียงลำพังและสิ้นหวัง

And so I tell myself that I'll be strong
ฉันจึงบอกกับตัวเองว่า ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้

And dreaming when they're gone
และฝันถึงวันที่สิ่งเลวร้ายนั้นจะหายไป



'Cause they're calling, calling, calling me home
เพราะแสงนั้น ได้นำทางฉันไปสู่เป้าหมาย

Calling, calling, calling home
นำทางฉันไป

You show the lights that stop me turn to stone
เธอได้มอบแสงสว่างที่ทำให้ฉันไม่กลายเป็นคนไร้หัวใจไป

You shine them when I'm alone
เธอได้แสดงมันออกมา เมื่อฉันอยู่เพียงลำพังและสิ้นหวัง

Home
ปลายทางนั้น



Noises, I play within my head
เสียงเหล่านั้น ที่ยังคงดังก้องในหัวของฉัน

Touch my own skin and hope that I’m still breathing
ย้ำถึงตัวตนของฉัน และหวังว่าฉันยังคงหายใจ

And I think back to when my brother and my sister slept
และฉันนึกย้อนถึงช่วงเวลาดีๆเก่าๆนั้น

In another place the only time I feel safe
ช่วงเวลาเดียวเท่านั้นที่ฉันรู้สึกปลอดภัย



You show the lights that stop me turn to stone
เธอก็ได้มอบแสงสว่างที่ทำให้ฉันไม่กลายเป็นคนไร้ความรู้สึกไป

You shine them when I'm alone
เธอได้แสดงมันออกมา เมื่อฉันอยู่เพียงลำพังและสิ้นหวัง

And so I tell myself that I'll be strong
ฉันจึงบอกกับตัวเองว่า ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้

And dreaming when they're gone
และฝันถึงวันที่สิ่งเลวร้ายนั้นจะหายไป



'Cause they're calling, calling, calling me home
เพราะแสงนั้น นำพาชั้นไปสู่เป้าหมาย

Calling, calling, calling home
พาฉันไป

You show the lights that stop me turn to stone
เธอได้มอบแสงสว่างที่ทำให้ฉันไม่กลายเป็นคนไร้หัวใจไป

You shine them when I'm alone
เธอได้แสดงมันออกมา เมื่อฉันอยู่เพียงลำพังและสิ้นหวัง

Home
ความหวังของฉัน


Yeah,

Light, lights, lights, lights
Light, lights, lights, lights
Light, lights, lights, lights
Light, lights


You show the lights that stop me turn to stone
เธอก็ได้มอบแสงสว่างที่ทำให้ฉันไม่กลายเป็นคนไร้ความรู้สึกไป

You shine them when I'm alone
เธอได้แสดงมันออกมา เมื่อฉันอยู่เพียงลำพังและสิ้นหวัง

And so I tell myself that I'll be strong
ฉันจึงบอกกับตัวเองว่า ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้

And dreaming when they're gone
และฝันถึงวันที่สิ่งเลวร้ายนั้นจะหายไป



'Cause they're calling, calling, calling me home
เพราะแสงนั้น นำฉันไป

Calling, calling, calling home
ได้นำฉันไป

You show the lights that stop me turn to stone
เธอได้มอบแสงสว่างที่ทำให้ฉันไม่กลายเป็นคนไร้หัวใจไป

You shine them when I'm alone
เธอได้แสดงมันออกมา เมื่อฉันอยู่เพียงลำพังและสิ้นหวัง


Home, home
Light, lights, lights, lights
Light, lights, lights, lights

Home, home
Light, lights, lights, lights
Light, lights, lights, lights

Home, home
Light, lights, lights, lights
Light, lights, lights, lights

Home, home
Light, lights, lights, lights
Light, lights, lights, lights

**PS. เพลงนี้ แปลอาจจะไม่ค่อยตรงแต่ Feeling มาเต็ม**